

📊 ผลการทดสอบของเรา:
- 🔒 เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์: NordVPN มีเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 6,400 เครื่องใน 111 ประเทศ ในขณะที่ McAfee มี 2,000 เครื่องในกว่า 40 ประเทศ — NordVPN ชนะ
- ⚡ การทดสอบความเร็ว: NordVPN NordLynx ทำความเร็วพื้นฐานได้มากกว่า 95% เมื่อเทียบกับความเร็วสูงสุด 97Mbps ของ McAfee แต่ค่าความหน่วงไม่สม่ำเสมอ — NordVPN ชนะ
- 🛡️ นโยบายความเป็นส่วนตัว: NordVPN มีนโยบายไม่บันทึกข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ในขณะที่ McAfee บันทึกที่อยู่ IP อย่างไม่มีกำหนด — NordVPN ชนะ
- 📺 บริการสตรีมมิ่ง: NordVPN สามารถปลดล็อก Netflix, Hulu, BBC iPlayer ได้ ในขณะที่ McAfee ประสบปัญหาในการใช้งานบนแพลตฟอร์มหลักๆ — NordVPN ชนะ
- 💰 คุ้มค่ากับราคา: NordVPN เริ่มต้นที่ 2.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน เทียบกับ McAfee ที่ 39.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี (เทียบเท่า 3.33 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน) — NordVPN ชนะ

คุณกำลังลังเลว่าจะเลือก NordVPN หรือ McAfee VPN ดี?
ทั้งสองเป็นบริการ VPN ยอดนิยม แต่ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันมาก
NordVPN คือเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) ที่ออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัว ความเร็ว และการเข้าถึงทั่วโลกโดยเฉพาะ
McAfee Safe Connect VPN มาพร้อมกับเครื่องมือป้องกันไวรัสและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
เราทดสอบทั้งสองอย่างเป็นเวลาสามสัปดาห์เพื่อให้คุณได้รับคำตอบที่เที่ยงตรงและอิงตามข้อมูล
เมื่ออ่านจบ คุณจะรู้ได้อย่างแน่ชัดว่าเครื่องมือใดเหมาะสมกับความต้องการด้านความปลอดภัยออนไลน์ของคุณมากที่สุด
ภาพรวม
เราได้ทำการทดสอบความเร็วในสภาพการใช้งานจริง ตรวจสอบบริการสตรีมมิ่ง และตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวทุกฉบับ
เราเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ในหลายประเทศและทดสอบการป้องกันการรั่วไหลของ DNS ในแต่ละแอป
นอกจากนี้ เรายังตรวจสอบว่าผู้ให้บริการ VPN แต่ละรายบันทึกข้อมูลอะไรบ้าง และข้อมูลเหล่านั้นถูกเก็บไว้นานแค่ไหน
NordVPN เป็นบริการ VPN ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าในเกือบทุกด้านที่เราทดสอบ
McAfee VPN ใช้งานได้ดีสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราวเมื่อใช้งานร่วมกับชุดโปรแกรมรักษาความปลอดภัยของ McAfee
ต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม? ลองอ่านรีวิว NordVPN ฉบับเต็ม และรีวิว McAfee VPN ของเราเพื่อดูรายละเอียดทั้งหมด
NordVPN คืออะไร?
NordVPN เป็นบริการเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) ชั้นนำที่มีฐานอยู่ในปานามา
มันช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของกิจกรรมออนไลน์ของคุณโดยการเข้ารหัสข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านเซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัย
ด้วยเซิร์ฟเวอร์ VPN กว่า 6,400 เครื่องใน 111 ประเทศ ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้จากทุกที่
NordVPN ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ VPN หลายล้านคน ทั้งสำหรับการใช้งานส่วนตัวและ... ธุรกิจ ใช้.

🏆 ผู้ชนะ: NordVPN
NordVPN คือมาตรฐานระดับทองคำของบริการ VPN มันมอบความเร็วที่เหนือกว่า นโยบายไม่บันทึกข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และคุณสมบัติความปลอดภัยขั้นสูง เช่น การป้องกันภัยคุกคามและ VPN สองชั้น มันถูกสร้างมาเพื่อความเป็นส่วนตัวออนไลน์อย่างจริงจัง
ราคาของ NordVPN
นี่คือราคาของ NordVPN ในปี 2026 แพ็กเกจทั้งหมดมีฟีเจอร์ VPN หลักเหมือนกัน
| วางแผน | ราคา | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| พื้นฐาน | 2.99 ดอลลาร์/เดือน | ผู้ใช้ VPN ที่คำนึงถึงงบประมาณ |
| นอกจากนี้ | 3.49 ดอลลาร์/เดือน | ผู้ใช้ที่ต้องการโปรแกรมจัดการรหัสผ่าน |
| สมบูรณ์ | 50 นาที/เดือน | ชุดรักษาความปลอดภัยครบวงจร พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ที่เข้ารหัส |

ทดลองใช้งานฟรี: ไม่มีแพ็กเกจฟรี แต่ แอนดรอยด์ ผู้ใช้สามารถทดลองใช้งานฟรี 7 วันผ่าน Google Play Store
รับประกันคืนเงิน: NordVPN มีการรับประกันคืนเงินภายใน 30 วันสำหรับทุกแพ็กเกจโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
📌 บันทึก: ราคาข้างต้นเป็นราคาแพ็กเกจรายปีระยะยาว การชำระรายเดือนมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า การติดตั้ง NordVPN ทำได้รวดเร็ว และแอป NordVPN มีให้บริการบนระบบปฏิบัติการ Windows, macOS, iOS, Android และ Linux
⚠️ คำเตือน: การสมัครใช้งาน NordVPN ของคุณจะต่ออายุในอัตราที่สูงขึ้นหลังจากระยะเวลาแรก โปรดตรวจสอบราคาต่ออายุก่อนตัดสินใจสมัครแผนรายปีระยะยาว
ข้อดีที่สำคัญของ NordVPN
นี่คือเหตุผลที่ NordVPN โดดเด่นกว่าผู้ให้บริการ VPN รายอื่นๆ:
- เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่: NordVPN มีเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 6,400 เครื่องใน 111 ประเทศ ซึ่งให้คุณเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ได้มากกว่าบริการ VPN อื่นๆ เกือบทั้งหมดในตลาด
- โปรโตคอล NordLynx: NordVPN ใช้โปรโตคอล VPN WireGuard ผ่านเลเยอร์ NordLynx ที่พัฒนาขึ้นเอง โปรโตคอลนี้เป็นโปรโตคอล VPN ที่เร็วที่สุดที่มีอยู่ และช่วยรักษาความเร็วอินเทอร์เน็ตของคุณให้สูงอยู่เสมอในระหว่างการเชื่อมต่อ VPN
- การป้องกันภัยคุกคาม: ระบบป้องกันภัยคุกคามของ NordVPN จะบล็อกโฆษณา ตัวติดตาม และมัลแวร์ก่อนที่จะเข้าถึงอุปกรณ์ของคุณ มันทำงานได้แม้ในขณะที่คุณไม่ได้เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ VPN
- นโยบายไม่บันทึกข้อมูลที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว: นโยบายไม่บันทึกข้อมูลของ NordVPN ได้รับการตรวจสอบโดยอิสระจาก Deloitte และ PricewaterhouseCoopers ข้อมูลการท่องเว็บและที่อยู่ IP ของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับ
- คุณสมบัติการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง: NordVPN มีฟีเจอร์ Kill Switch, Split Tunneling, Double VPN และ Onion Over VPN ซึ่งเป็นฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยขั้นสูงที่ VPN ฟรีทั่วไปไม่มีให้
- การเข้าถึงการสตรีมมิ่ง: เทคโนโลยี SmartPlay ของ NordVPN ช่วยปลดล็อกบริการสตรีมมิ่งต่างๆ เช่น Netflix, Hulu และ BBC iPlayer โดยใช้งานได้ในหลายภูมิภาค รวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น

ข้อดีและข้อเสียของ NordVPN
✅ ข้อดี
- นโยบายไม่บันทึกข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของประวัติการท่องเว็บ
- NordLynx มอบความเร็วในการเชื่อมต่อ VPN ที่เร็วที่สุด
- ระบบ Kill switch และ Split tunneling บนแพลตฟอร์มหลักทั้งหมด
- ปลดล็อก Netflix, Hulu, Amazon Prime และ BBC iPlayer
- เขตอำนาจศาลของปานามาอยู่นอกเหนือพันธมิตรการเฝ้าระวัง Five Eyes
❌ ข้อเสีย
- ไม่มีแพ็กเกจ VPN ฟรีสำหรับผู้ใช้เดสก์ท็อป
- การละเมิดเซิร์ฟเวอร์ครั้งก่อนในปี 2018 ทำให้เกิดความกังวลด้านความปลอดภัย
- ราคาจะเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากปีแรกของแผนรายปี
McAfee VPN คืออะไร?
McAfee Safe Connect VPN คือเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) ที่รวมอยู่ในแพ็กเกจความปลอดภัยของ McAfee
แอปนี้ช่วยปกป้องกิจกรรมออนไลน์ของคุณบน Wi-Fi สาธารณะโดยการเข้ารหัสการเชื่อมต่อ VPN ของคุณด้วยการเข้ารหัส AES-256
McAfee Safe Connect ใช้โปรโตคอล Catapult Hydra ซึ่งออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วบนอุปกรณ์พกพา
แอปนี้ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ iOS, Android และ Windows ที่ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยออนไลน์ขั้นพื้นฐานพร้อมโปรแกรมป้องกันไวรัส


McAfee VPN
McAfee VPN (Safe Connect) เป็นส่วนหนึ่งของชุดโปรแกรมป้องกันแบบครบวงจรของ McAfee โดยผสานรวมการรักษาความปลอดภัย VPN เข้ากับโปรแกรมป้องกันไวรัสและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการทุกอย่างในแพ็กเกจเดียว เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราวบนเครือข่ายสาธารณะ
ราคา VPN ของ McAfee
นี่คือราคาของ McAfee VPN ในปี 2026 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจแบบครบวงจรของ McAfee
| วางแผน | ราคา | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| จำเป็น | 39.99 ดอลลาร์/ปี | โปรแกรมป้องกันไวรัสพื้นฐานพร้อม VPN ที่ปลอดภัย |
| ขั้นสูงสำหรับบุคคลทั่วไป | 89.99 ดอลลาร์/ปี | การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเต็มรูปแบบสำหรับผู้ใช้หนึ่งราย |
| ครอบครัวขั้นสูง | 119.99 ดอลลาร์/ปี | ความคุ้มครองสำหรับครอบครัวพร้อมระบบตรวจสอบตัวตน |

ทดลองใช้งานฟรี: McAfee เสนอทดลองใช้งานฟรี 30 วันสำหรับแพ็กเกจส่วนใหญ่แก่ผู้สมัครใช้งานใหม่
รับประกันคืนเงิน: McAfee มีการรับประกันคืนเงินภายใน 30 วันสำหรับแพ็คเกจรายปี
📌 บันทึก: McAfee VPN รวมอยู่ในทุกแพ็กเกจ แต่ราคาแพ็กเกจรายปีจะต่ออายุอัตโนมัติในอัตราที่สูงกว่า แบนด์วิดท์ไม่จำกัดในแพ็กเกจรายปีจะใช้งานได้เฉพาะเมื่อเปิดใช้งานการต่ออายุอัตโนมัติเท่านั้น หากต้องการปรับการตั้งค่าการสมัครใช้งาน โปรดติดต่อฝ่ายสนับสนุนของ McAfee
⚠️ คำเตือน: โปรแกรม VPN McAfee Safe Connect จะบันทึกข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ รวมถึงที่อยู่ IP ของคุณและเว็บไซต์ที่คุณเข้าชม ข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้ตลอดไปและอาจถูกส่งต่อไปยังผู้โฆษณาบุคคลที่สามและหน่วยงานทางกฎหมายหากได้รับการร้องขอ นี่เป็นเรื่องสำคัญมากหากความเป็นส่วนตัวออนไลน์เป็นเป้าหมายหลักของคุณ
ประโยชน์หลักของ McAfee VPN
นี่คือสิ่งที่ McAfee Safe Connect ทำได้ดีในด้านความปลอดภัยออนไลน์ในชีวิตประจำวัน:
- การปกป้องแบบครบวงจร: McAfee รวมบริการ VPN เข้ากับโปรแกรมป้องกันไวรัส การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และโปรแกรมจัดการรหัสผ่าน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการสมัครใช้งานเพียงครั้งเดียวเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยทั้งหมด
- เชื่อมต่ออัตโนมัติบน Wi-Fi สาธารณะ: McAfee VPN จะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อคุณเชื่อมต่อกับเครือข่ายสาธารณะที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญ เช่น รายละเอียดบัญชีธนาคาร จากการโจมตีแบบ Man-in-the-Middle
- การเข้ารหัส AES-256: McAfee Safe Connect ใช้การเข้ารหัส AES-256 ซึ่งเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมสำหรับการรักษาความปลอดภัยข้อมูลผู้ใช้ การเชื่อมต่อ VPN ของคุณจะถูกเข้ารหัสอย่างสมบูรณ์ในขณะที่กำลังใช้งานอยู่
- โปรโตคอล Catapult Hydra: Safe Connect ใช้โปรโตคอล Catapult Hydra เพื่อประสิทธิภาพที่รวดเร็วบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ โปรโตคอล VPN นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดความหน่วงบนเครือข่ายของผู้ให้บริการมือถือ
- การแบ่งอุโมงค์ข้อมูลบน Android: McAfee มีฟังก์ชั่น Split Tunneling บน Android ช่วยให้คุณเลือกได้ว่าแอปใดบ้างที่จะใช้ VPN ซึ่งจะช่วยให้ความเร็วในการใช้งานแอปที่ไม่ต้องการการป้องกันแบบเต็มรูปแบบยังคงสูงอยู่
- ส่วนเสริมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล: แพ็กเกจระดับสูงกว่าจะรวมถึงการตรวจสอบตัวตนและเครื่องสแกนการรั่วไหลของข้อมูล ซึ่งเหนือกว่าสิ่งที่บริการ VPN มาตรฐานทั่วไปมีให้

ข้อดีและข้อเสียของ McAfee VPN
✅ ข้อดี
- มาพร้อมกับเครื่องมือป้องกันไวรัสและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
- เปิดใช้งานอัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อกับ Wi-Fi สาธารณะเพื่อการป้องกันแบบพาสซีฟ
- การเข้ารหัส AES-256 ช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลการเชื่อมต่อ VPN
- อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
❌ ข้อเสีย
- McAfee VPN บันทึกที่อยู่ IP และประวัติการท่องเว็บ ซึ่งไม่ใช่เรื่องส่วนตัว
- แอปบน iOS และ Android ไม่มีปุ่มปิดการทำงาน (kill switch)
- มีเซิร์ฟเวอร์ให้บริการเพียง 24-40 แห่ง เทียบกับ NordVPN ที่มีถึง 111 ประเทศ
- ไม่รองรับระบบปฏิบัติการ macOS หรือ Linux เนื่องจากเป็นเครื่องมือ VPN เท่านั้น
เปรียบเทียบคุณสมบัติ
มาเปรียบเทียบ NordVPN กับ McAfee VPN ใน 9 หมวดหมู่หลักกัน
บทวิเคราะห์นี้จะแสดงให้คุณเห็นอย่างชัดเจนว่าบริการ VPN แต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียอย่างไรบ้าง
| คุณสมบัติ | NordVPN | McAfee VPN |
|---|---|---|
| ราคาเริ่มต้น | 2.99 ดอลลาร์/เดือน | 39.99 ดอลลาร์/ปี |
| แผนฟรี | ❌ (ทดลองใช้งาน 7 วันบน Android) | ❌ (ทดลองใช้ฟรี 30 วัน) |
| ตำแหน่งที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ | 111 ประเทศ | กว่า 40 ประเทศ |
| ข้อกําหนดไม่มีปูมบันทึก | ✅ ผ่านการตรวจสอบแล้ว | ❌ บันทึกที่อยู่ IP |
| เปลี่ยนตัวพิมพ์ | ✅ ทุกแพลตฟอร์ม | ⚠️ สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows เท่านั้น |
| การแยกขอบเขต | ✅ ทุกแพลตฟอร์ม | ✅ สำหรับ Android เท่านั้น |
| บริการสตรีมมิ่ง | ✅ Netflix, Hulu, BBC iPlayer | ❌ การสนับสนุนมีจำกัด |
| ดับเบิล VPN | ✅ | ❌ |
| เหมาะสำหรับ | ผู้ใช้ VPN ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับแรก | ผู้สมัครใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัส McAfee |
1. นโยบายความเป็นส่วนตัวและการไม่บันทึกข้อมูล
NordVPN: NordVPN มีนโยบายไม่บันทึกข้อมูลที่เข้มงวด ซึ่งได้รับการยืนยันจากการตรวจสอบอิสระหลายครั้ง บริษัทต่างๆ เช่น Deloitte และ PricewaterhouseCoopers ยืนยันว่า NordVPN ไม่บันทึกประวัติการท่องเว็บ ที่อยู่ IP หรือปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคุณ บริษัทตั้งอยู่ในปานามา ซึ่งอยู่นอกกลุ่มพันธมิตรการเฝ้าระวัง Five Eyes
McAfe VPNN: โปรแกรม VPN McAfee Safe Connect บันทึกข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ รวมถึงที่อยู่ IP ของคุณและเว็บไซต์ที่คุณเข้าชม ข้อมูลนี้จะถูกเก็บรักษาไว้ตลอดไปจนกว่าคุณจะลบบัญชีของคุณ และแม้หลังจากที่คุณลบแล้ว ข้อมูลก็จะถูกเก็บไว้อีก 30 วัน นโยบายความเป็นส่วนตัวของ McAfee ระบุว่า บริษัทจะให้ข้อมูลแก่หน่วยงานทางกฎหมายหากได้รับการร้องขอ
⚠️ คำเตือน: McAfee Safe Connect มีฐานอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรข่าวกรอง Five Eyes นั่นหมายความว่าคุณไม่สามารถไว้วางใจ McAfee Safe Connect ได้อย่างเต็มที่สำหรับความต้องการด้านความเป็นส่วนตัวออนไลน์ที่ละเอียดอ่อน หากความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของคุณ NordVPN คือตัวเลือกที่ดีที่สุดเพียงอย่างเดียว
2. เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์และตำแหน่งที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์
NordVPN: NordVPN มีเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 6,400 เครื่องใน 111 ประเทศ รายชื่อเซิร์ฟเวอร์จำนวนมหาศาลนี้ช่วยให้คุณมีตัวเลือกมากขึ้นในการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ของ NordVPN ออกแบบมาเพื่อลดความหน่วงและรักษาความเร็วอินเทอร์เน็ตให้สูงอยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะเชื่อมต่อจากที่ใดก็ตาม
McAfe VPNN: McAfee Safe Connect มีเซิร์ฟเวอร์ประมาณ 2,000 เครื่องในกว่า 40 ประเทศ แต่ความจริงแล้วรายชื่อเซิร์ฟเวอร์นั้นน้อยกว่าความเป็นจริง ซึ่งจำกัดตัวเลือกในการค้นหาเซิร์ฟเวอร์ที่รวดเร็วและอยู่ใกล้คุณ บางแหล่งข้อมูลรายงานว่า McAfee มีเซิร์ฟเวอร์เพียง 23-24 ประเทศเท่านั้น ดังนั้นจำนวนเซิร์ฟเวอร์ที่แท้จริงอาจแตกต่างออกไป
3 ความเร็วและประสิทธิภาพ
NordVPN: NordVPN ใช้โปรโตคอล NordLynx ซึ่งสร้างขึ้นบนโปรโตคอล Wireguard VPN นี่คือโปรโตคอล VPN ที่เร็วที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ในการทดสอบความเร็วของเรา NordVPN สามารถรักษาความเร็วอินเทอร์เน็ตพื้นฐานได้มากกว่า 95% บนเซิร์ฟเวอร์ใกล้เคียง
McAfe VPNN: ในการทดสอบความเร็ว McAfee บันทึกความเร็วได้สูงถึง 97Mbps บนเซิร์ฟเวอร์ใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม มันใช้โปรโตคอล Catapult Hydra ซึ่งแสดงให้เห็นถึงปัญหาความหน่วงที่สูงมาก โดยมีความหน่วงเพิ่มขึ้นถึง 600% บน Windows ทำให้มันไม่เหมาะสำหรับการเล่นเกมและไม่น่าเชื่อถือสำหรับการใช้งานเว็บไซต์สตรีมมิ่งหนักๆ
⚠️ คำเตือน: ตัวเลขความเร็วจากการทดสอบของ McAfee ดูดีบนกระดาษ แต่ปัญหาเรื่องความหน่วงเป็นปัญหาที่แท้จริง การเชื่อมต่อ VPN ที่มีความหน่วงสูงถึง 600% ทำให้การเล่นเกมและการสนทนาทางวิดีโอเป็นไปอย่างยากลำบาก NordVPN มีความเสถียรมากกว่าในทุกกรณีการใช้งาน
4. คุณสมบัติด้านความปลอดภัย
NordVPN: NordVPN มอบฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยขั้นสูงมากมาย รวมถึง Kill Switch, Split Tunneling, Double VPN, Onion Over VPN และการป้องกันภัยคุกคาม Kill Switch ของ NordVPN จะบล็อกการรับส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตหากการเชื่อมต่อ VPN หลุด ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล ฟีเจอร์เหล่านี้ VPN ฟรีทั่วไปไม่สามารถเทียบได้
McAfe VPNN: McAfee Safe Connect ให้การเข้ารหัส AES-256 การป้องกันการรั่วไหลของ DNS และ Kill Switch บน Windows เท่านั้น Kill Switch ไม่สามารถใช้งานได้ในแอป iOS และ Android ซึ่งถือเป็นข้อบกพร่องที่สำคัญ McAfee ขาดคุณสมบัติความปลอดภัยขั้นสูง เช่น Double VPN, Multi-Hop หรือ Obfuscated Servers
5. บริการสตรีมมิ่งและการปลดล็อกตามภูมิศาสตร์
NordVPN: เทคโนโลยี SmartPlay ของ NordVPN ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับบริการสตรีมมิ่ง ช่วยปลดล็อก Netflix ในหลายภูมิภาค รวมถึงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี และญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังใช้งานได้กับ Hulu, Amazon Prime, BBC iPlayer และแอปสตรีมมิ่งบน Android TV อีกด้วย
McAfe VPNN: McAfee VPN ไม่ได้ผลดีสำหรับการสตรีมบริการยอดนิยมอย่าง Netflix และ Hulu เนื่องจากมีเซิร์ฟเวอร์ให้เลือกน้อยและไม่มีฟีเจอร์ DNS อัจฉริยะ ทำให้ยากที่จะหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ได้อย่างน่าเชื่อถือ Netflix มักบล็อกการเชื่อมต่อ McAfee VPN ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้ VPN ที่ต้องการเข้าถึงได้อย่างต่อเนื่อง
6. การรองรับอุปกรณ์และแอปพลิเคชัน
NordVPN: NordVPN รองรับ Windows, macOS, iOS, Android, Linux, Android TV และ Apple TV แอปพลิเคชันเดสก์ท็อปและแอปพลิเคชันมือถือของ NordVPN นั้นได้รับการออกแบบมาอย่างดีและใช้งานง่าย นอกจากนี้ยังมีส่วนขยายสำหรับเบราว์เซอร์ Chrome และ Firefox อีกด้วย
McAfe VPNN: McAfee Safe Connect รองรับระบบปฏิบัติการ Windows, iOS และ Android แต่ไม่รองรับระบบปฏิบัติการ macOS หรือ Linux ในฐานะ VPN แบบสแตนด์อโลน แอป McAfee สำหรับ macOS เป็นส่วนหนึ่งของชุดโปรแกรมรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมกว่า ไม่ใช่ไคลเอนต์ VPN โดยเฉพาะ แมก ผู้ใช้งานที่ต้องการ VPN ที่มีประสิทธิภาพจะพบว่าฟีเจอร์นี้มีข้อจำกัด
7. การเชื่อมต่อพร้อมกัน
NordVPN: NordVPN อนุญาตให้เชื่อมต่อพร้อมกันได้สูงสุด 6 อุปกรณ์ในบัญชีเดียว ซึ่งเพียงพอสำหรับครอบครัวส่วนใหญ่หรือทีมขนาดเล็กที่ต้องการปกป้องอุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมกัน แอป NordVPN สามารถติดตั้งได้บนทุกแพลตฟอร์มหลักโดยไม่ต้องสมัครสมาชิกแยกต่างหาก
McAfe VPNN: McAfee Safe Connect อนุญาตให้เชื่อมต่อพร้อมกันได้สูงสุด 5 อุปกรณ์ ซึ่งใกล้เคียงกับ NordVPN แต่ยังน้อยกว่า 1 อุปกรณ์ สำหรับครัวเรือนขนาดใหญ่ที่ใช้หลายอุปกรณ์ รวมถึงแพ็กเกจมือถือและอุปกรณ์ภายในบ้าน ข้อจำกัดนี้อาจเป็นปัญหาได้
8. ฝ่ายบริการลูกค้า
NordVPN: NordVPN ให้บริการแชทสดตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องล็อกอินก่อน ทีมสนับสนุนของ NordVPN เป็นทีมงานภายในบริษัท ไม่ได้จ้างบริษัทภายนอก ผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลความรู้โดยละเอียดที่จัดเรียงตามหมวดหมู่เพื่อขอความช่วยเหลือด้วยตนเองได้อย่างรวดเร็ว
McAfe VPNN: หากคุณต้องการความช่วยเหลือ คุณสามารถติดต่อ McAfee ผ่านทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของพวกเขาได้ McAfee ให้บริการช่วยเหลือทางโทรศัพท์และแชท แต่เวลาในการรออาจแตกต่างกันไป ผู้ใช้รายงานประสบการณ์ที่หลากหลายเกี่ยวกับการโต้แย้งเรื่องการเรียกเก็บเงินและความล้มเหลวของ VPN ซึ่งแก้ไขได้ยากและรวดเร็ว
9. การกำหนดราคาและต้นทุน
มาเปรียบเทียบแผนราคาต่างๆ กันดู
| วางแผน | NordVPN | McAfee VPN |
|---|---|---|
| แผนการเข้า | 2.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (แพ็กเกจพื้นฐาน) | 39.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี (แบบพื้นฐาน) |
| แผนกลาง | 3.49 ดอลลาร์/เดือน (พลัส) | 89.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (สำหรับบุคคลทั่วไปขั้นสูง) |
| แผนยอดเยี่ยม | 5.39 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน (แบบเต็มรูปแบบ) | 119.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี (แพ็กเกจครอบครัวขั้นสูง) |
| ทดลองใช้งานฟรี | 7 วัน (สำหรับ Android เท่านั้น) | 30 วัน |
| รับประกันคืนเงิน | 30 วัน | 30 วัน |
NordVPN: แพ็กเกจพื้นฐานของ NordVPN เริ่มต้นที่ 2.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน สำหรับแพ็กเกจรายปีระยะยาว นี่คือความคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับบริการ VPN เฉพาะทางที่มีเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 6,400 เครื่อง และนโยบายไม่บันทึกข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว การรับประกันคืนเงินภายในวันเดียวช่วยขจัดความเสี่ยงทั้งหมดจากการทดลองใช้
McAfe VPNN: แพ็กเกจ Essential ของ McAfee ราคา 39.99 ดอลลาร์ต่อปี คิดเป็นประมาณ 3.33 ดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งแพงกว่า NordVPN Basic เล็กน้อย และคุณจะได้รับทั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและ VPN ในแพ็กเกจเดียว หากคุณต้องการโปรแกรมป้องกันไวรัสอยู่แล้ว แพ็กเกจนี้อาจคุ้มค่าโดยรวม — แต่คุณไม่ควรใช้เป็นบริการ VPN หลักเพื่อความเป็นส่วนตัว
สถานการณ์ต่างๆ
| หากคุณต้องการ... | เลือก | ทำไม |
|---|---|---|
| ความเป็นส่วนตัวออนไลน์ที่แท้จริง | NordVPN | ตรวจสอบแล้ว ไม่บันทึกข้อมูล ไม่บันทึกที่อยู่ IP |
| บริการสตรีมมิ่งเข้าถึง | NordVPN | SmartPlay ปลดล็อก Netflix ทั่วโลก |
| แพ็คเกจแอนติไวรัส + VPN | McAfee VPN | ชุดซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร |
| การเชื่อมต่อ VPN ที่เร็วที่สุด | NordVPN | NordLynx เอาชนะ Catapult Hydra ในเรื่องความเร็ว |
| ใช้งานผ่าน Wi-Fi สาธารณะเป็นครั้งคราว | McAfee VPN | เปิดใช้งานอัตโนมัติบนเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัย |
| คุณสมบัติการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง | NordVPN | สวิตช์ปิดระบบ, VPN สองชั้น, การป้องกันภัยคุกคาม |
| คุ้มค่าที่สุดสำหรับแพ็คเกจรายปี | NordVPN | ราคา 2.99 ดอลลาร์ต่อเดือน ถูกกว่าแพ็กเกจของ McAfee |
💰 งบประมาณของคุณ
แพ็กเกจ Basic ของ NordVPN ราคา 2.99 ดอลลาร์ต่อเดือนนั้นถูกกว่าแพ็กเกจ Essential ของ McAfee เมื่อคิดเป็นรายเดือน หากคุณต้องการเพียงบริการ VPN โดยไม่รวมโปรแกรมป้องกันไวรัส NordVPN ให้คุณได้มากกว่าในราคาที่ถูกกว่าเมื่อเลือกแพ็กเกจรายปี
🔌 อุปกรณ์เทคโนโลยีของคุณ
NordVPN ใช้งานได้บน Windows, macOS, iOS, Android, Linux, Android TV และ Apple TV ส่วน McAfee Safe Connect ไม่รองรับ macOS หรือ Linux ดังนั้นผู้ใช้ Mac ที่ต้องการ VPN จะต้องมองหาตัวเลือกอื่น
🔒 ความต้องการด้านความเป็นส่วนตัวของคุณ
McAfee อ้างว่าปกป้องความเป็นส่วนตัวออนไลน์ของคุณ แต่กลับบันทึกที่อยู่ IP และประวัติการท่องเว็บ หากความเป็นส่วนตัวออนไลน์คือสิ่งที่คุณต้องการ นโยบายไม่บันทึกข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบของ NordVPN คือตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดระหว่างผู้ให้บริการ VPN สองรายนี้
🎓 ระดับประสบการณ์ของคุณ
ทั้งสองโปรแกรมมีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น แอปของ NordVPN นั้นดูสะอาดตาและมีฟังก์ชันการตั้งค่าขั้นสูงมากกว่าโดยไม่ซับซ้อนเกินไป ในขณะที่ McAfee นั้นเรียบง่ายกว่า แต่ให้การควบคุม VPN ขั้นพื้นฐานเท่านั้น
🆓 ทดลองใช้งานและเดโมฟรี
McAfee มีบริการทดลองใช้ฟรี 30 วัน ซึ่งดีกว่า NordVPN ที่มีให้ทดลองใช้เพียง 7 วันสำหรับ Android เท่านั้น ทั้งสองบริการมีการรับประกันคืนเงินภายใน 30 วัน ดังนั้นคุณสามารถทดลองใช้บริการ VPN ใดก็ได้โดยไม่มีความเสี่ยงด้วยแผนรายปี
🛟 ตัวเลือกการสนับสนุน
บริการแชทสดตลอด 24 ชั่วโมงของ NordVPN รวดเร็วและมีพนักงานประจำคอยให้บริการ ในขณะที่บริการสนับสนุนของ McAfee นั้นมีความแปรปรวนมากกว่า ผู้ใช้รายงานว่าพบความล่าช้าเมื่อพยายามติดต่อ McAfee เกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินหรือปัญหา VPN สำหรับความช่วยเหลือที่เชื่อถือได้ บริการสนับสนุนของ NordVPN จึงชนะในจุดนี้
คู่มือการสลับใช้งาน
กำลังใช้เครื่องมือเหล่านี้อยู่แล้วใช่ไหม? นี่คือสิ่งที่คุณควรคาดหวังหากตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้เครื่องมืออื่น
🔄 กำลังจะเปลี่ยนจาก NordVPN ไปใช้ McAfee VPN ใช่ไหม?
✅ สิ่งที่คุณจะได้รับ:
- รวมโปรแกรมป้องกันไวรัสและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในแพ็กเกจเดียว
- เชื่อมต่ออัตโนมัติกับ Wi-Fi สาธารณะโดยไม่ต้องตั้งค่าด้วยตนเอง
- ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน เพื่อทดสอบ VPN Safe Connect ก่อนชำระเงิน
❌ สิ่งที่คุณจะสูญเสีย:
- นโยบายไม่บันทึกข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบ — McAfee จะบันทึกที่อยู่ IP และกิจกรรมออนไลน์ของคุณ
- เข้าถึงบริการสตรีมมิ่งต่างๆ เช่น Netflix และ Hulu ผ่าน VPN
- คุณสมบัติความปลอดภัยขั้นสูง เช่น Kill Switch บน iOS, VPN สองชั้น และเซิร์ฟเวอร์ที่ซ่อนเร้น
📋 วิธีการเปลี่ยน:
- ยกเลิกการสมัครใช้งาน NordVPN ของคุณและจดบันทึกวันต่ออายุไว้
- ดาวน์โหลดแอป McAfee และสมัครใช้แพ็กเกจที่คุณเลือก
- เปิดใช้งาน McAfee Safe Connect ในการตั้งค่าแอป และกำหนดค่าการเชื่อมต่ออัตโนมัติ
🔄 กำลังจะเปลี่ยนจาก McAfee VPN ไปใช้ NordVPN ใช่ไหม?
✅ สิ่งที่คุณจะได้รับ:
- นโยบายไม่บันทึกข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว ซึ่งจะช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของข้อมูลการท่องเว็บของคุณอย่างแท้จริง
- เซิร์ฟเวอร์กว่า 6,400 เครื่องใน 111 ประเทศ เพื่อการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ยิ่งขึ้น
- เข้าถึงการสตรีมแบบเต็มรูปแบบของ Netflix, Hulu, BBC iPlayer และ Apple TV ได้
❌ สิ่งที่คุณจะสูญเสีย:
- โปรแกรมป้องกันไวรัสและโปรแกรมสแกนการรั่วไหลของข้อมูลแบบรวมชุด
- เชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi สาธารณะโดยอัตโนมัติได้ทันที
- ทดลองใช้งานฟรี 30 วัน (NordVPN ให้บริการเฉพาะผู้ใช้ Android เท่านั้น)
📋 วิธีการเปลี่ยน:
- ยกเลิกการสมัครใช้งาน McAfee ของคุณก่อนวันต่ออายุครั้งถัดไป
- เข้าไปที่เว็บไซต์ NordVPN และเลือกแพ็กเกจของคุณ — แพ็กเกจ Basic ก็เพียงพอสำหรับผู้ใช้ VPN ส่วนใหญ่แล้ว
- ดาวน์โหลดและติดตั้ง NordVPN บนอุปกรณ์ทั้งหมดของคุณ จากนั้นเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ NordVPN ที่ใกล้ที่สุด
คุณสมบัติสุดท้าย
| หมวดหมู่ | ผู้ชนะ |
|---|---|
| 💰 ราคา | NordVPN |
| 🔒 ความเป็นส่วนตัวและการไม่บันทึกข้อมูล | NordVPN |
| ⚡ ความเร็วและประสิทธิภาพ | NordVPN |
| 🌍 เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ | NordVPN |
| 📺 บริการสตรีมมิ่ง | NordVPN |
| 🛡️ คุณสมบัติความปลอดภัยขั้นสูง | NordVPN |
| 📦 แพ็กเกจสุดคุ้มแบบรวมทุกอย่างในหนึ่งเดียว | McAfee VPN |
| 🔌 รองรับอุปกรณ์ | NordVPN |
| 🏆 ผู้ชนะเลิศโดยรวม | NordVPN |
🏆 ผู้ชนะ: NordVPN
NordVPN ชนะ 7 จาก 9 หมวดหมู่ในการเปรียบเทียบของเรา
เหมาะสำหรับ: ความเป็นส่วนตัวออนไลน์ บริการสตรีมมิ่ง คุณสมบัติความปลอดภัยขั้นสูง ผู้ใช้ VPN ที่ต้องการการปกป้องอย่างจริงจัง
NordVPN และ McAfee VPN เป็นผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันมาก ถูกสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน
NordVPN คือเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) ที่ออกแบบมาเพื่อความเป็นส่วนตัว ความเร็ว และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างไม่จำกัด
McAfee Safe Connect เป็นโปรแกรมเสริม VPN สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการระบบรักษาความปลอดภัยออนไลน์ขั้นพื้นฐานควบคู่ไปกับโปรแกรมป้องกันไวรัส
McAfee VPN เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราวบน Wi-Fi สาธารณะ ซึ่งเป็นจุดเด่นของมัน
แต่ถ้าคุณต้องการการเชื่อมต่อ VPN ที่ปลอดภัย เป็นส่วนตัว และเชื่อถือได้ในทุกวัน NordVPN คือตัวเลือกที่ดีกว่า
ไปปกป้องกิจกรรมออนไลน์ของคุณด้วย VPN ที่เหมาะสมกันเถอะ!
เปรียบเทียบ NordVPN เพิ่มเติม
ต่อไปนี้คือการเปรียบเทียบ NordVPN กับคู่แข่งรายอื่น:
NordVPN vs ExpressVPN
NordVPN ชนะในด้าน: ราคา (ถูกกว่า), จำนวนเซิร์ฟเวอร์, คุณสมบัติการป้องกันภัยคุกคาม
ExpressVPN ชนะในด้าน: รองรับแอปเราเตอร์ ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นเล็กน้อยในบางภูมิภาค
NordVPN เทียบกับ NordVPN PureVPN
NordVPN ชนะในด้าน: การตรวจสอบความเป็นส่วนตัว การเข้าถึงการสตรีมมิ่ง ความน่าเชื่อถือของเซิร์ฟเวอร์
PureVPN ชนะในด้าน: ราคาเข้าซื้อที่ต่ำลงสำหรับดีลระยะยาว การเชื่อมต่อพร้อมกันได้มากขึ้น
NordVPN vs SerfsharkVPN
NordVPN ชนะในด้าน: ความเร็วสม่ำเสมอ จำนวนเซิร์ฟเวอร์ คุณสมบัติ VPN สองชั้น
SurfsharkVPN ชนะในด้าน: เชื่อมต่อพร้อมกันได้ไม่จำกัดจำนวน ราคาประหยัดกว่าสำหรับแพ็กเกจ 2 ปี
NordVPN เทียบกับ NordVPN โปรตันVPN
NordVPN ชนะในด้าน: ความเร็วที่สูงขึ้น เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ที่ใหญ่ขึ้น รองรับการสตรีมมิ่ง
ProtonVPN ชนะในด้าน: มีบริการ VPN ฟรี, แอปพลิเคชันโอเพนซอร์ส, เขตอำนาจศาลสวิส
NordVPN เทียบกับ NordVPN การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตส่วนตัว
NordVPN ชนะในด้าน: ความเร็ว, VPN สองชั้น, การปลดล็อกการสตรีม, อินเทอร์เฟซผู้ใช้
บริษัท Private Internet Access ชนะในด้านต่างๆ ดังนี้: รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกันได้ไม่จำกัดจำนวน และเป็นไคลเอนต์แบบโอเพนซอร์ส
NordVPN vs PylineGhost
NordVPN ชนะในด้าน: การตรวจสอบความเป็นส่วนตัว ความเร็ว การป้องกันภัยคุกคาม
CyberGhost ชนะในด้าน: เซิร์ฟเวอร์ที่ปรับให้เหมาะสมกับการสตรีมมิ่งมากขึ้น และระยะเวลารับประกันคืนเงินที่ยาวนานขึ้น
NordVPN เทียบกับ NordVPN ไพรวาโดVPN
NordVPN ชนะในด้าน: จำนวนเซิร์ฟเวอร์, การสตรีมมิ่ง, คุณสมบัติความปลอดภัยขั้นสูง, ความน่าเชื่อถือของแบรนด์
PrivadoVPN ชนะในด้าน: แพ็กเกจ VPN ฟรี พร้อมใช้งาน 10GB ต่อเดือน
NordVPN เทียบกับ Hotspot Shield
NordVPN ชนะในด้าน: นโยบายความเป็นส่วนตัว, การตรวจสอบแบบไม่บันทึกข้อมูล, เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์
ฮอตสปอตชีลด์ ชนะการแข่งขัน: ความเร็วของโปรโตคอล Hydra เฉพาะตัวในช่วงเวลาสั้นๆ ใช้งานได้ฟรี
เปรียบเทียบคุณสมบัติอื่นๆ ของ McAfee VPN
ต่อไปนี้คือการเปรียบเทียบ McAfee VPN กับคู่แข่งรายอื่น ๆ:
McAfee VPN เทียบกับ ExpressVPN
McAfee VPN ชนะในด้าน: มีโปรแกรมป้องกันไวรัสในตัว และเชื่อมต่ออัตโนมัติเมื่อใช้งาน Wi-Fi สาธารณะ
ExpressVPN ชนะในด้าน: ความเป็นส่วนตัว ความเร็ว ตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ การเข้าถึงการสตรีมมิ่ง
McAfee VPN เทียบกับ PureVPN
McAfee VPN ชนะในด้าน: ชุดรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร พร้อมการสร้างการรับรู้แบรนด์
PureVPN ชนะในด้าน: นโยบายไม่บันทึกข้อมูล จำนวนเซิร์ฟเวอร์ การเข้าถึงแบบสตรีมมิ่ง
เปรียบเทียบ McAfee VPN กับ Surfshark VPN
McAfee VPN ชนะในด้าน: ชุดโปรแกรมป้องกันไวรัส, ส่วนเสริมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
SurfsharkVPN ชนะในด้าน: ความเป็นส่วนตัว, ไม่จำกัดจำนวนอุปกรณ์, การสตรีมมิ่ง, ราคา
เปรียบเทียบ McAfee VPN กับ ProtonVPN
McAfee VPN ชนะในด้าน: ชุดเครื่องมือป้องกันไวรัสและตรวจสอบตัวตน
ProtonVPN ชนะในด้าน: ความเป็นส่วนตัว (เขตอำนาจศาลสวิตเซอร์แลนด์), VPN ฟรี, แอปโอเพนซอร์ส
เปรียบเทียบ McAfee VPN กับ CyberGhost
McAfee VPN ชนะในด้าน: คุณค่าของชุดรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจร
CyberGhost ชนะในด้าน: เซิร์ฟเวอร์ VPN เฉพาะ, นโยบายความเป็นส่วนตัว, การสนับสนุนการสตรีมมิ่ง
เทียบกับ VPN ของ McAfee ที่ใช้ Private Internet Access
McAfee VPN ชนะในด้าน: ราคาแพ็กเกจโปรแกรมป้องกันไวรัส + VPN สำหรับผู้ใช้ McAfee เดิม
บริษัท Private Internet Access ชนะในด้านต่างๆ ดังนี้: แอปโอเพนซอร์ส, ไม่บันทึกข้อมูลการใช้งานอย่างเข้มงวด, ไม่จำกัดจำนวนอุปกรณ์
ถาม บ่อย ๆ
NordVPN ดีจริงหรือเปล่า?
ใช่แล้ว NordVPN เป็นหนึ่งในบริการ VPN ที่ดีที่สุดในปี 2026 มีนโยบายไม่บันทึกข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบ มีเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 6,400 เครื่องใน 111 ประเทศ และใช้โปรโตคอล VPN NordLynx Wireguard ที่รวดเร็ว จึงเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับความเป็นส่วนตัว การสตรีมมิ่ง และความปลอดภัย
การใช้ McAfee VPN เป็นตัวเลือกที่ดีหรือไม่?
McAfee VPN เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราวและการป้องกัน Wi-Fi สาธารณะ แต่ไม่เหมาะสำหรับความเป็นส่วนตัวออนไลน์อย่างเข้มงวด McAfee Safe Connect บันทึกที่อยู่ IP และประวัติการท่องเว็บ ซึ่งขัดกับจุดประสงค์ของบริการ VPN ที่เน้นความเป็นส่วนตัว จึงควรใช้ร่วมกับชุดโปรแกรมรักษาความปลอดภัยของ McAfee ที่ครอบคลุมกว่า
ฉันจะถูกติดตามได้หรือไม่หากฉันใช้ NordVPN?
NordVPN ช่วยลดการติดตามตัวคุณได้อย่างมากด้วยการซ่อนที่อยู่ IP และเข้ารหัสการรับส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต นโยบายไม่บันทึกข้อมูลของ NordVPN ได้รับการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบอิสระ ซึ่งหมายความว่า NordVPN ไม่เก็บบันทึกกิจกรรมออนไลน์ของคุณ อย่างไรก็ตาม ไม่มีบริการ VPN ใดที่ให้ความเป็นส่วนตัว 100% หากคุณยังคงล็อกอินอยู่ในบัญชีส่วนตัว
McAfee VPN เก็บรวบรวมข้อมูลหรือไม่?
ใช่แล้ว McAfee Safe Connect VPN จะบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวตนได้ รวมถึงที่อยู่ IP ของคุณและเว็บไซต์ที่คุณเข้าชม ข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์นี้จะถูกเก็บไว้ตลอดไป นโยบายความเป็นส่วนตัวของ McAfee ระบุว่า บริษัทจะแบ่งปันข้อมูลนี้กับหน่วยงานทางกฎหมาย รัฐบาล หรือศาล หากได้รับการร้องขอ ซึ่งเป็นข้อกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่ร้ายแรงสำหรับผู้ใช้ VPN
McAfee VPN ดีกว่า NordVPN หรือไม่?
ไม่เลย NordVPN เป็นบริการ VPN ที่แข็งแกร่งกว่าในเกือบทุกด้าน ทั้งความเป็นส่วนตัว ความเร็ว เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ การเข้าถึงการสตรีม และคุณสมบัติความปลอดภัยขั้นสูง ส่วน McAfee VPN เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่สมัครใช้ชุดโปรแกรมรักษาความปลอดภัยของ McAfee อยู่แล้ว และต้องการ VPN พื้นฐานสำหรับการใช้งานเป็นครั้งคราวมากกว่า
NordVPN รองรับโปรโตคอล VPN ใดบ้าง?
NordVPN รองรับโปรโตคอล VPN หลายตัว รวมถึง NordLynx (ซึ่งสร้างขึ้นบนโปรโตคอล VPN Wireguard) OpenVPNและ IKEv2/IPSec การใช้โปรโตคอล VPN ที่แตกต่างกันช่วยให้คุณสามารถปรับสมดุลระหว่างความเร็วและความปลอดภัยได้ โปรโตคอล NordLynx นั้นเร็วที่สุดและแนะนำสำหรับผู้ใช้ NordVPN ส่วนใหญ่ คุณสามารถสลับระหว่างโปรโตคอลได้ในการตั้งค่าแอป NordVPN ในแอปเดสก์ท็อป NordVPN และแอปมือถือของ NordVPN ทั้งหมด รวมถึงแอป NordVPN สำหรับ Windows และแอป NordVPN สำหรับ Mac
NordVPN ป้องกันการรั่วไหลของ DNS ได้หรือไม่?
ใช่แล้ว NordVPN มีระบบป้องกันการรั่วไหลของ DNS ในตัวสำหรับแอป NordVPN ทุกแอป คุณสามารถทดสอบการรั่วไหลของ DNS ได้ที่เว็บไซต์ต่างๆ เช่น dnsleaktest.com เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีการรั่วไหลของ DNS ที่เปิดเผยที่อยู่ IP จริงของคุณ นอกจากนี้ ฟังก์ชัน Kill Switch ของ NordVPN ยังบล็อกการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหาก VPN หลุด ทำให้ข้อมูลการท่องเว็บของคุณไม่ถูกเปิดเผยต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) NordVPN ยังมีตัวเลือกเซิร์ฟเวอร์ DNS แบบกำหนดเองสำหรับผู้ใช้ NordVPN ขั้นสูงที่ต้องการควบคุมเครือข่ายที่ปลอดภัยของตนเองอย่างเต็มที่
อะไรทำให้ NordVPN ดีกว่าบริษัท VPN อื่นๆ?
NordVPN โดดเด่นกว่าบริษัท VPN อื่นๆ ด้วยการผสมผสานระหว่างการตรวจสอบความเป็นส่วนตัว ขนาดเซิร์ฟเวอร์ และคุณสมบัติเพิ่มเติม ในขณะที่แอป VPN ส่วนใหญ่เพียงแค่ส่งต่อการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณ NordVPN เพิ่มการบล็อกตัวติดตามผ่านการป้องกันภัยคุกคาม ตัวเลือกที่อยู่ IP เฉพาะสำหรับธุรกิจ และเครือข่าย Tor ผ่านเซิร์ฟเวอร์ Onion over VPN เซิร์ฟเวอร์ของ NordVPN ยังเป็นของบริษัทเองในหลายๆ แห่ง ไม่ใช่การเช่า ซึ่งทำให้ควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลได้มากขึ้น ผู้ใช้ NordVPN ยังได้รับส่วนขยายเบราว์เซอร์สำหรับ Chrome และ Firefox รวมถึงไฟล์การกำหนดค่า OpenVPN สำหรับการตั้งค่าด้วยตนเองบนเราเตอร์และไคลเอ็นต์ Windows
IP เฉพาะคืออะไร และ NordVPN มีบริการนี้หรือไม่?
ที่อยู่ IP เฉพาะ (Dedicated IP address) คือที่อยู่ IP ของเซิร์ฟเวอร์ VPN ที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งกำหนดให้กับคุณเพียงคนเดียว ไม่ได้ใช้ร่วมกับผู้ใช้ NordVPN รายอื่น NordVPN ให้บริการที่อยู่ IP เฉพาะเป็นส่วนเสริมสำหรับแพ็คเกจ NordVPN ทุกประเภท ซึ่งมีประโยชน์หากคุณต้องการเข้าถึงสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ปลอดภัย แพลตฟอร์มธนาคาร หรือระบบขององค์กรที่อนุญาตเฉพาะที่อยู่ IP เฉพาะอย่างสม่ำเสมอ ที่อยู่ IP เฉพาะแตกต่างจากเซิร์ฟเวอร์ NordVPN ทั่วไปตรงที่คุณจะไม่ใช้ร่วมกับแอป VPN หรือผู้ใช้รายอื่น ที่อยู่ IP เฉพาะเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำงานจากระยะไกลและการเข้าถึงภายในองค์กร ธุรกิจ ระบบต่างๆ ผ่านทางไคลเอ็นต์ Windows หรืออุปกรณ์อื่นๆ













